เช่นเดียวกับเกมใหญ่หลายเกมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ประเด็นทางแท็กติกในเกมที่อาร์เซนอลชนะเชลซี 2-1 นั้นค่อนข้างยากที่จะเชื่อมโยงกับการทำประตู เพราะทั้งสามประตูในเกมนี้มาจากลูกตั้งเตะทั้งหมด
แต่เชลซีเริ่มต้นเกมได้ดี และสร้างปัญหาให้กับอาร์เซนอลด้วยตำแหน่งการยืนของกองกลาง และยากที่จะนึกถึงหลายครั้งในฤดูกาลนี้ที่อาร์เซนอลจะดูไม่มั่นใจยามไม่มีบอลแบบนี้
ปัญหาพื้นฐานของอาร์เซนอลคือ พวกเขาไม่สามารถตัดสินใจได้ว่า ระหว่าง โคล พาลเมอร์ กับ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ใครกันแน่ที่เล่นฝั่งซ้าย และใครเป็นกองกลางที่ยืนสูงที่สุด ทั้งสองคนสลับตำแหน่งกันไปมา ทำให้ มาร์ติน ซูบิเมนดี้ต้องพยายามตามประกบทั้งสองคนอยู่บ่อยครั้ง
ตัวอย่างแรกแสดงให้เห็นสถานการณ์นี้อย่างชัดเจน ซูบิเมนดีถูกดึงเข้าไปหา พาลเมอร์ ที่ยืนด้านใน แต่ก็ต้องหันไปมองด้านหลังอย่างกังวล เพราะเฟร์นานเดซยืนว่างอยู่ เมื่อบอลถูกส่งออกไปหาเฟร์นานเดซ ซูบิเมนดีก็ต้องขยับไปปิดพื้นที่ จากนั้นพาลเมอร์และเฟร์นานเดซก็ทำให้ซูบิเมนดีตกอยุ่ในสถานการณ์ 2 ต่อ 1 และเขายังลื่นล้มขณะพยายามปิดทั้งสองคนอีกด้วย
ปัญหาแบบเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้งทางฝั่งตรงข้าม เชลซีกำลังต่อบอลขึ้นเกมทางด้านขวา และซูบิเมนดีกำลังประกบพาลเมอร์อยู่ แต่จู่ ๆ เขาก็สังเกตเห็นว่าเฟร์นานเดซยืนว่าง เขาจึงตัดสินใจวิ่งหนีบอลไปหาแข้งชาวอาร์เจนตินาแทน ทำให้พาลเมอร์ยืนว่างอย่างสมบูรณ์ในพื้นที่ระหว่างไลน์ ก่อนจะยิงออกไปไกลจากกรอบ
นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ซูบิเมนดีดูไม่แน่ใจว่าควรตามประกบใคร เขาขยับไปทางซ้ายเพื่อประกบพาลเมอร์ พร้อมกับพยายามเรียกร้องให้ใครสักคนไปตามเฟร์นานเดซ แต่ไม่มีใครทำเช่นนั้น ทำให้ โรเบิร์ต ซานเซซ สามารถจ่ายบอลออกจากแดนหลังได้ง่าย จังหวะนี้สุดท้ายจบลงด้วยพาลเมอร์รับบอลได้อีกครั้งในพื้นที่ระหว่างไลน์ และเลี้ยงพุ่งเข้าใส่แนวรับของอาร์เซนอล
ประมาณนาทีที่ 15 อาร์เซนอลเริ่มปรับตัว จากจุดนั้นเป็นต้นมา พวกเขาปฏิบัติต่อพาลเมอร์เหมือนเป็นกองหน้าคนที่สอง ทำให้ซูบิเมนดีสามารถโฟกัสกับเฟร์นานเดซได้มากขึ้น
นั่นหมายความว่าหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็กของอาร์เซนอล ในกรณีนี้คือ วิลเลี่ยม ซาลิบา ต้องดันขึ้นไปประกบพาลเมอร์ ขณะที่อีกคนต้องถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับ เจา เปโดร แบบตัวต่อตัว ผลที่ตามมาคือ ซานเชซเลือกเตะบอลยาวไปหาเปโดร ในตัวอย่างนี้ กาเบรียล มากัลเญส ไม่ต้องการให้เปโดรพลิกบอลได้ จึงทำฟาวล์เขา บอลยังไหลไปถึงพาลเมอร์อยู่ดี จากนั้นซาลิบาก็พยายามจะทำฟาวล์พาลเมอร์อีกครั้ง ช่วงนั้นอาร์เซนอลดูเสียรูปเกมพอสมควร

แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็ค่อย ๆ จัดการสถานการณ์ได้ แม้ว่ากองหลังจะต้องไปยืนในตำแหน่งที่แปลกไปบ้างเนื่องจากการประกบตัวต่อตัว ตัวอย่างเช่น กาเบรียล ซึ่งเป็นเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งซ้าย ต้องตามเปโดรไปไกลถึงโซนแบ็กขวา หลังจากซานเชซเตะบอลยาวอีกครั้ง
และแม้แผนคือให้ซาลิบาหรือกาเบรียลดันขึ้นไปประกบติด หากเชลซีพาบอลขึ้นมาทางกองกลาง กองหลังคนนั้นก็ต้องถอยกลับมาเป็นเซ็นเตอร์แบ็กอีกครั้ง ในจังหวะนี้ กาเบรียลขึ้นไปประกบพาลเมอร์ แต่ต้องกลับมาปิดพื้นที่ที่เปโดรกำลังวิ่งสอดเข้าไป ทำให้พาลเมอร์ยืนว่างมหาศาลในพื้นที่ระหว่างไลน์ อย่างไรก็ตามการจ่ายบอลไปกับ เปโดร เนโต้ ไม่ค่อยได้เปรียบสักเท่าไร
แต่อาร์เซนอลมีกองหลังที่สามารถเล่นในรูปแบบนี้ได้ ตัวอย่างเช่น ซาลิบา เซ็นเตอร์แบ็กฝั่งขวา ที่ตามพาลเมอร์ไปจนถึงอีกฝั่งของสนาม และสามารถเข้าสกัดได้สำเร็จ
และนี่คือจังหวะที่แบ็กซ้าย เปียโร่ อินคาปิเอ้ ตามประกบเนโตที่วิ่งเข้าด้านใน ก่อนที่กาเบรียลจะกระตุ้นให้เขาตามต่อไป จนสุดท้ายเขากลายเป็นเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งขวา และเข้าสกัดได้ดี (แม้ว่าจังหวะนี้จะนำไปสู่การเสียลูกเตะมุมสองครั้ง ซึ่งสุดท้ายจบลงด้วยการทำเข้าประตูตัวเองของอินคาปิเอ้)

โดยพื้นฐานแล้ว อาร์เซนอลสามารถแก้ปัญหานี้ได้ จากมุมมองของเชลซี สิ่งที่น่าหงุดหงิดคือพวกเขาไม่ได้ใช้ประโยชน์จากผลกระทบที่ตามมาให้มากพอ เมื่อแนวรับของอาร์เซนอลถูกดึงตำแหน่งออกไป การวิ่งสอดจากกองกลางเข้าไปด้านหลังแนวรับอาจจะได้ผลมาก แต่เฟร์นานเดซไม่เคยพยายามเติมขึ้นไปข้างหน้าก่อนเปโดรและพาลเมอร์เลย มอสเซส ไกเซโด ก็มีบทบาทที่ค่อนข้างจำกัด และแม้แต่เนโตเอง นอกจากการวิ่งในจังหวะที่กล่าวไปแล้ว ก็แทบไม่พยายามหาตำแหน่งทำประตู โดยเลือกยืนรักษาความกว้างทางฝั่งขวามากกว่า
แนวทางของ เลียม โรซิเนียร์ ไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้อาร์เซนอลประหลาดใจ เพราะเชลซีใช้ระบบนี้มาแล้วในเกมส์ก่อน ๆ รวมถึงช่วงหนึ่งในเกมชนะวูล์ฟส์ 3-1 และเกมเสมอกับลีดส์ 2-2
พาลเมอร์ซึ่งก่อนหน้านี้มีฤดูกาลที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง กลับมาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากในช่วงหลัง และส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะระบบนี้ที่เปิดโอกาสให้เขาปรากฏตัวในพื้นที่ระหว่างไลน์แบบไม่มีตัวประกบ อาร์เซนอลดีพอที่จะรับมือกับมันได้ แต่หลายทีมก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะจัดการกับมันได้ไม่ค่อยดีนัก
Post By: admin